ในประเทศไทยมีผักสมุนไพรมากมาย ที่สามารถนำมาดัดแปลงเป็นอาหารและทานกันง่ายๆ ไม่ต้องผ่านวิธีการผลิตแบบยาปฏิชีวนะ วันนี้จึงขอยกตัวอย่างพืชผักสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งของไทย นั่นคือ


ชื่อท้องถิ่น สะเดา (กลาง) สะเลียม (เหนือ) กะเดา (ใต้) จะตัง (ส่วย)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

เป็นไม้ยืนต้น สูง 5-10 เมตรใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับใบย่อยรูปใบหอก ขอบใบหยักฟันเลื่อยฐานใบไม่เท่ากัน ใบย่อย กว้าง 2-2.5 เซนติเมตร ยาว 3-4.5 เซนติเมตร ยอดอ่อนมีสีน้ำตาลแดง ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่ง จะออกดอกเมื่อใบแก่ร่วงไป กลีบดอกสีขาว มีกลิ่นหอม ผล เป็นผลสดรูปรี กลม ใน 1 ผล มี 1 เมล็ด

การใช้ในเครื่องสำอางและสรรพคุณทางยา

สะเดาเป็นพืชที่คนไทยรู้จักกันมานานใช้เป็นอาหาร ยารักษาโรค และยาฆ่าแมลง ทุกส่วนของสะเดามีรดขม ยอดใบสะเดาใช้เป็นผักจิ้มได้ เปลือกต้นใช้เป็นยาขมเจริญอาหาร ยาฝาดสมาน ใบใช้เป็นยารักษาไข้มาเลเรีย น้ำมันจากเมล็ดใช้รักษาโรคผิวหนัง ผสมเป็นยาทา แก้โรครูมาติซั่มและใช้เป็นยาขับพยาธิ กากเมล็ดนำไปแช่น้ำเป็นยาฆ่าแมลงได้

ทำให้ฟันแข็งแรงขาวสะอาดเป็นเงางาม

คนท้องถิ่นอินเดียใช้สะเดาสีฟันมานาน ตื่นเช้าขึ้นมาก็จะเดนมาหักกิ่งสะเดาแล้วก็สีฟัน กิ่งสะเดานอกจากช่วยทำความสะอาดแล้วยังช่วยบำรุงรักษาฟันและเหงือกให้แข็งแรงด้วย กิ่งสะเดามีรสขม จึงควรเลือกกิ่งเล็ก ๆ กัดทีละนิดให้รสขม ออกมาทีละน้อย ใช้กิ่งยาวขนาดเท่าแปรง นำมาถูฟัน ถูไปถูมาจนขนแปรงหลุด แล้วขบใหม่ นอกจากกิ่งสะเดาแล้ว เปลือกต้นสะเดาก็ทำแปรงสีฟันได้ โดยใช้เปลือกสะเดายาว 2-3 นิ้วขูดเอาเปลือกนอกดำ ๆ ออก ทุบปลายให้แตก ใช้ส่วนปลายอ่อนถูฟัน ใช้แล้วฟันจะแข็งแรงขาวสะอาดเป็นเงางาม

สารสำคัญ

ใบ มี quercetin และสารพวก limonoid ได้แก่ nimbolide และ nimbic acid ใน เมล็ด มี Azadirachtin ประมาณ 0.4-1% เปลือกต้น มีสาร nimbin และ desacetylnimbin

ข้อควรระวัง
ห้ามใช้กับคนที่มีความดันโลหิตต่ำ เนื่องจากสะเดาจะไปลดความดันให้ต่ำลงมาอีก ทำให้หน้ามืดเป็นลม  สะเดามีรสขม จึงเป็นยาเย็น บางคนอาจไม่ถูกกับยาเย็นทำให้ท้องอืดเกิดลมในกระเพาะ
ห้ามใช้กับหญิงที่ให้นมบุตร เพราะจะทำให้น้ำนมไม่มี

    <<<<  ยำสะเดากุ้งสด >>>>

    วัตถุดิบ

    สำหรับ 2-3 ที่ 
    เวลา 5-10 นาที
    1. สะเดา 1 ถ้วย
    2. ไก่สับหรือหมูสับ 2-3 ช้อนโต๊ะ
    3. หอมแดง 2 ช้อนโต๊ะ
    4. กุ้งสด 5-6 ตัว
    5. กระเทียมเจียว ตามชอบ
    6. น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
    7. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
    8. น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ

    1. ตั้งน้ำร้อนให้เดือดเพื่อลวกกุ้งและเนื้อหมูหรือไก่สับ (สำหรับกุ้งให้ลวกให้สุกเพียง 80-90% หากลวกให้สุกมากเกินไปเนื้อจะแข็ง)
    2. ลวกสะเดาต่อจากกุ้ง โดยทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที จากนั้นนำขึ้นแช่ในน้ำเย็นจัดและพักไว้
    3. ในส่วนของน้ำยำ ให้เริ่มจากนำน้ำพริกเผามาผสมกับน้ำปลา น้ำมะขามเปียก คนให้เข้ากันจึงใส่สะเดาที่ลวกแล้ว และเนื้อสัตว์ต่างๆลงไป
    4. ใส่หอมแดงซอย หอมเจียว คลุกอีกครั้ง จัดเสิร์ฟได้เลย

    เครดิต : ไทยสมุนไพร